รุมจีบ ซูมาเร่ จะเลือก ” ปีศาจแดง ” หรือ ” สิงโตน้ำเงินคราม “

 รุมจีบ 

สกายสปอร์ตส์ สื่อกีฬาชั้นแนวหน้าของอังกฤษ ตีข่าว ตอนนี้เหลือเพียง แมนฯ ยูไนเต็ด กับ
เชลซี ที่ได้โอกาสจะได้ บูบาการี่ ซูมาเร่ มิดฟิลด์ ลีลล์ ไปร่วมทัพในช่วงมกราคมนี้ หลังจาก
ทีมอื่นๆล้มแผนล่าตัวเขาไปแล้ว ส่วนแข้งวัย 20 ปี จะตัดสินอนาคตของตนเองหลังจบเกม
กับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง วันที่ 26 มกราคม นี้ไปแล้ว

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รวมทั้ง เชลซี 2 สโมสรชั้นแนวหน้าของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เป็นเพียงแค่ 2 ทีมที่ตอนนี้ได้โอกาสดีที่สุดที่จะได้ตัว บูบาการี่ ซูมาเร่ มิดฟิลด์ดาวรุ่งของ ลีลล์ ไปร่วมทัพ ในตลาดซื้อ-ขายนักเตะ รอบสอง ตามรายงานของ สกายสปอร์ตส์ สื่อกีฬาชื่อดังของเมืองผู้ดี

ซูมาเร่ เป็นกองกลางประเภทห้องเครื่องสไตล์คล้ายกับ ปอล ป็อกบา และเขาก็กำลังทำผลงานได้โดดเด่นกับ ลีลล์ ในซีซั่นนี้ จนทำให้ก่อนหน้านี้ตกเป็นที่สนใจของหลายทีม อย่างเช่น แมนฯ ยูไนเต็ด, เชลซี, อาร์เซน่อล, เรอัล มาดริด และ บาเลนเซีย เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม สกายสปอร์ตส์ เผยว่าตอนนี้ อาร์เซน่อล ไม่ได้หมกมุ่นกับการตามล่าตัว ซูมาเร่ อีกต่อไปแล้ว ขณะที่ เรอัล กับ บาเลนเซีย ก็ถอนตัวจากการล่าแข้งชาวฝรั่งเศสไปเรียบร้อยเช่นกัน ทำให้เหลือเพียง แมนฯ ยูไนเต็ด กับ เชลซี ที่ยังแย่งลายเซ็นของแข้งวัย 20 ปีอยู่ โดยทั้ง
2 ทีมก็เจรจากับ ซูมาเร่ ไปบ้างแล้วด้วย

เป็นที่เชื่อกันว่า ซูมาเร่ จะยังไม่ตัดสินใจเรื่องอนาคตของเขาจนกว่าจะผ่านเกม ลีก เอิง ฝรั่งเศส นัดที่ ลีลล์ ต้องเปิดบ้านเจอกับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ในวันอาทิตย์ที่ 26 มกราคมนี้ไปแล้ว โดยเขาน่าจะเป็นนักเตะดาวรุ่งเพียงคนเดียวที่ ลีลล์ ยอมปล่อยออกจากทีมในช่วงเดือนมกรา
คมนี้ แม้ว่าดาวรุ่งคนอื่นๆ ของ ลีลล์ จะได้รับความสนใจจากหลายสโมสรในทวีปยุโรปเหมือนกันก็ตาม

 รุมจีบ

แดเนี่ยล ท้า แรชฟอร์ด วิ่งแข่งใครเร็วกว่ากัน

วิ่งแข่งใครเร็วกว่ากัน

มาร์คัส แรชฟอร์ด กองหน้าตัวเก่ง แล้วก็ แดเนี่ยล เจมส์ ปีกความเร็วสูง เปิดใจเกี่ยวกับเรื่องความไวของทั้งคู่คนโดยงานนี้ต่างฝ่ายต่างยอมรับกันและกัน แต่ ดาวเตะเลือดเวลส์ เห็นด้วยว่าต้องการจะทดลองแข่งวิ่งกัน หัวหอกเมืองผู้ดีซักครั้ง

มาร์คัส แรชฟอร์ด และก็ แดเนี่ยล เจมส์ สองสตาร์ดัง “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ออกโรงเปิดใจกับ สกาย สปอร์ตส์ สื่อชั้นนำในดินแดนเมืองผู้ดี เกี่ยวกับเรื่องที่ว่าระหว่างพวกเขาผู้ใดที่วิ่งเร็วกว่ากัน

เจมส์ ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นและกลายเป็นขวัญใจสาวก “เร้ด อาร์มี่” ไปเรียบร้อยแล้ว ขณะที่ แรชฟอร์ด ก็ขึ้นชื่อลือชาว่าเป็นจรวดทางเรียบ โดยทั้งสองคนนี้เป็นนักเตะที่สุดอันตรายมากๆ เมื่อทัพ “ผีแดง” ใช้ยุทธวีธีในการเล่นสวนกลับฉับพลัน

ส่วนคำถามที่ว่าใครเร็วกว่ากัน ? งานนี้ปีกทีมชาติเวลส์ ได้แสดงความเห็นว่า “บางครั้งผมไม่คิดว่าผมเป็นนักเตะที่รวดเร็วอย่างที่หลายๆ คนพูดกันหรอก เมื่อคุณมองดูที่ผม และเขา (มาร์คัส) มักจะพูดเสมอว่าผมเป็นคนที่วิ่งเร็วมาก ผมรู้ว่ามีบางคนเคยพูดว่าเราต้องแข่งกัน และบางทีซักวันเราจะทำแบบนั้น”

ขณะที่ กองหน้าทีมชาติอังกฤษ ซึ่งกลายเป็นนักเตะที่อายุน้อยที่สุดอันดับ 4 ที่ลงเล่นให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ครบ 200 เกม กลับรู้สึกว่าไม่สนใจที่จะแข่งกัน และยังคงยืนยันว่า เจมส์ เป็นคนที่วิ่งเร็วสุดๆ “ผมไม่รู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ ผมไม่คิดที่จะแข่งกับเขาอยู่แล้ว”…

หัวหอก แมนฯ ยูไนเต็ด ลั่นพร้อมลุยต่อเนื่อง

ลั่นพร้อมลุยต่อเนื่อง

มาร์คัส แรชฟอร์ด หัวหอก แมนฯ ยูไนเต็ด ประกาศชัด พร้อมลงเล่นแบบต่อเนื่องหลายนัด ถึงแม้เจ้าตัวจะยอมรับว่าฤดูกาลนี้มันหนักกว่าฤดูกาลก่อนๆถ้าหากเปรียบเทียบเฉพาะในช่วงเวลาเดียวกันก็ตาม

มาร์คัส แรชฟอร์ด กองหน้า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กล่าวว่าตนพร้อมลงเล่นให้ทีมหลายนัด หากแม้หลายฝ่ายจะแสดงความกังวลว่าเขาอาจจะได้รับผลเสียถ้าหากจะต้องลงเล่นอย่างต่อเนื่องโดยที่ไม่ได้พักมากมายเท่าที่ควรก็ตาม

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนฯ ยูไนเต็ด กำหนดให้ แรชฟอร์ด เป็นกำลังหลักในแนวรุกของทีมประจำฤดูกาลนี้ ซึ่งจนถึงตอนนี้เขาก็ทำผลงานได้น่าพอใจ ด้วยการทำประตูในลีกไปแล้ว 14 ลูก จากการลงเล่น 22 นัด จนทำให้นี่เป็นซีซั่นที่เขาทำประตูในลีกได้เยอะที่สุดในอาชีพการเล่นของเจ้าตัว

อย่างไรก็ตาม จากการที่ตอนนี้แนวรุกของ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่พึ่งพาได้มีแค่ แรชฟอร์ด, อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล, แดเนี่ยล เจมส์ และ เมสัน กรีนวู้ด ทำให้ แรชฟอร์ด ไม่มีโอกาสได้พักเลย ซึ่งหลายคนก็กลัวว่ามันจะทำให้เขาล้าจนโชว์ฟอร์มเก่งไม่ออกในช่วงปลายฤดูกาล และส่งผลไปถึงศึก ยูโร 2020 กับทีมชาติอังกฤษด้วย

แข้งวัย 22 ปี เผยว่า “ผมคิดว่าผมมีความแข็งแกร่งทั้งทางร่างกายและจิตใจ คุณจะค้นเคยกับการเล่น 40-50 เกมต่อฤดูกาล จริงอยู่ว่าสภาพร่างกายของผมอาจจะไม่พร้อมกับการเล่นหลายนัดเท่าไหร่ในตอนที่ผมอายุ 18 ปี ซึ่งเป็นตอนที่ผมเพิ่งขึ้นมาเล่นกับทีมชุดใหญ่ แต่การลงเล่นหลายนัดน่ะไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับผมเลย ตราบใดที่ผมยังมีสภาพจิตใจที่เหมาะสม”

“จริงอยู่ว่าฤดูกาลนี้มันรู้สึกว่าเล่นได้ยากกว่าซีซั่นก่อนๆ ถ้าเทียบเฉพาะในช่วงเวลาเดียวกัน แต่สำหรับเราแล้วน่ะนะ พอเห็นโปรแกรมการแข่งขันแล้วเราก็พยายามทำให้มั่นใจว่าเราจะมีทั้งสภาพร่างกายและสภาพจิตใจที่ดีที่สุดในตอนก่อนลงเล่นแต่ละนัด”…

บาร์เซโลนา สั่งปลด เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้

สั่งปลด เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้

บาร์เซโลนา สโมสรชื่อดังแห่งศึก ลา ลีกา สเปน ประกาศผ่านทางเว็บไซต์สโมสรเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2563 ว่า เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ ได้พ้นจากตำแหน่งเฮดโค้ชของทีมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

สำหรับ เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ เข้ารับงานเป็นกุนซือใหญ่ของ บาร์เซโลนา ต่อจาก หลุยส์ เอ็นรีเก้ ในช่วงซัมเมอร์ปี 2017 และสามารถพาทีมคว้าแชมป์ ลา ลีกา 2 สมัย และ โกปา เดล เรย์ กับ
ซูเปอร์ คัพ สเปน อย่างละ 1 สมัย

สั่งปลด เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้

แต่ซีซั่นนี้บอร์ดบริหาร บาร์ซ่า ไม่พอใจผลงานของ บัลเบร์เด้ หลังพาทีมชนะได้แค่นัดเดียวจาก 5 เกมหลังสุด และล่าสุดก็ไปไม่ถึงรอบชิงชนะเลิศในศึก ซูเปอร์ โกปา เดล เรย์ โดยแถลงการณ์ระบุว่า “มีการตกลงระหว่างเอฟซี บาร์เซโลนา และ เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ เพื่อที่จะยุติสัญญาของเขาในฐานะเทรนเนอร์ทีมชุดใหญ่ เราต้องขอขอบคุณ เอร์เนสโต้ สำหรับทุก ๆ อย่าง ขอให้คุณโชคดีกับทุก ๆ เรื่องในอนาคต”

โดยที่ บาร์เซโลนา ได้เลือก กีเก้ เซเตียน อดีตกุนซือ เรอัล เบติส เข้ามาทำหน้าที่เป็นนายใหญ่ของทีม ซึ่งมีการเซ็นสัญญาคุมทัพ บาร์ซ่า จนถึงปี 2022

นีล วอร์น็อค ย่อง เจอร์เก้น คล็อปป์

ย่อง 

นีล วอร์น็อค แสดงความเชื่อถือว่า เจอร์เก้น คล็อปป์ นายใหญ่ หงส์แดง เป็นกุนซือที่เหนือก
ว่า เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตำนานผู้จัดการทีมฟุตบอลของ แมนฯ ยูไนเต็ด พร้อมกล่าวว่าในเวลานี้เขามองว่า อาร์แซน เวนเกอร์ เป็นผู้จัดการทีมฟุตบอลที่เก่งที่สุดตลอดกาลใน พรีเมียร์ลีก

นีล วอร์น็อค กุนซือตกงานชาวอังกฤษ จัดลำดับให้ เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ หงส์แดง ยอดสโมสรของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เป็นกุนซือที่เก่งกว่า เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตำนานนายใหญ่ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ย่อง เจอร์เก้น คล็อปป์

คล็อปป์ เพิ่งพา ลิเวอร์พูล สร้างประวัติศาสตร์เป็นทีมใน 5 ลีกใหญ่ของทวีปยุโรป (พรีเมียร์ลีก อังกฤษ, บุนเดสลีกา เยอรมัน, ลา ลีกา สเปน, กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี และ ลีก เอิง ฝรั่งเศส)
ที่เก็บแต้มในช่วง 21 นัดแรกได้มากที่สุดตลอดกาล ด้วยจำนวน 61 คะแนน และทำให้ “หงส์แดง” เข้าใกล้กับการได้แชมป์ลีกเป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปีมากขึ้นไปอีก

ทั้งนี้ ล่าสุด วอร์น็อค ไปออกรายการของ ทอล์คสปอร์ต สื่อกีฬาชื่อดังของอังกฤษ โดยเขา
ขอให้จัดอันดับ 5 กุนซือที่เก่งที่สุดตลอดกาลนับตั้งแต่ที่ลีกสูงสุดของอังกฤษเปลี่ยนมาใช้
ชื่อ พรีเมียร์ลีก ซึ่งอันดับ 1 ในใจของเขาคือ อาร์แซน เวนเกอร์ ตามมาด้วย โจเซป กวาร์ดิโอ
ล่า แต่ที่ทำให้หลายคนฮือฮาคือเขาให้ คล็อปป์ อยู่ในอันดับ 3 ขณะที่ เฟอร์กูสัน เป็นเพียงที่
4 เท่านั้น ส่วนอันดับ 5 ได้แก่ โชเซ่ มูรินโญ่

วอร์น็อค เผยว่าส่วนหนึ่งที่เขาให้อันดับของ เฟอร์กูสัน ไม่สูงเท่าไหร่ เป็นเพราะในยุคที่ เฟอร์กูสัน รุ่งเรืองนั้น พรีเมียร์ลีก มันไม่ได้เน้นเรื่องทีมงานเบื้องหลังที่ช่วยวางรายละเอียดในการเล่นมากเท่ากับช่วงหลายปีที่ผ่านมา “ในด้านอันดับ 4 ผมคงให้ เซอร์ อเล็กซ์ อยู่ในอันดับที่ดีกว่า โชเซ่ มูรินโญ่ เพราะเขาทำงานได้นานกว่า ผมคิดว่าเขา (เฟอร์กูสัน) อยู่ในยุคที่เน้นเรื่องการบริหารคนเป็นหลักมากกว่า ตอนนั้นเรื่องทีมสตาฟฟ์ไม่ได้มีความสำคัญมากเท่าไหร่ และ เซอร์ อเล็กซ์ ก็อาจจะเป็นคนที่ทำด้านนั้นได้เก่งที่สุด”

อดีตกุนซือ ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส กล่าวด้วยว่า คล็อปป์ มีความสามารถที่จะขึ้นเป็นอันดับ 1 ในชาร์ตนี้ได้ “ผมให้ คล็อปป์ เป็นอันดับ 3 ก็เพราะผมคิดว่าตอนนี้เขาเพิ่งอยู่ในช่วงเริ่มต้นเท่านั้น และเขาจะทำได้ดียิ่งกว่านี้อีก ผมคิดว่าเขาจะประสบความสำเร็จไปอีก 10 ปี เมื่อพิจารณาถึงโฉมหน้าของทีมของเขา รวมถึงทุกอย่างที่เขาทำได้กับสโมสร และอนาคตของเด็กๆ ในทีม ผมคิดว่าตอนนี้เขาเหมาะกับการเป็นอันดับ 3 แต่เขาสามารถเป็นอันดับ 1 ได้แบบสบายๆ ในอีกราว 2 ปีต่อจากนี้”

สำหรับสาเหตุที่เขาให้ เวนเกอร์ เป็นอันดับ 1 นั้น เป็นเพราะ วอร์น็อค มองว่า เวนเกอร์ คือคนที่เปลี่ยนโฉมหน้าของวงการฟุตบอลอังกฤษไปอย่างสิ้นเชิง “นับตั้งแต่ที่เริ่มใช้ชื่อ พรีเมียร์ลีก กันน่ะนะ ถ้าผมตองเลือกผู้จัดการทีมที่เก่งที่สุดของลีกมา 5 คนแล้วล่ะก็ ผมก็คงเลือก อาร์แซน เวนเกอร์ มาเป็นอันดับ 1 เลย เพราะเขาเปลี่ยนโฉมหน้าของนักฟุตบอลสมัยใหม่ได้อย่างแท้จริง”

“เขานำหลายอย่างที่ไม่เคยมีใครคาดถึงเข้ามาใช้กับการทำงานที่นี่ ทั้งตำแหน่งนักโภชนาการ, นักฟิตเนส, พวกคลิปวิดีโอ และเทคโนโลยีต่างๆ ผมคิดว่า เวนเกอร์ เป็นคนเปลี่ยนโฉมหน้าทั้งหมดของที่นี่ในตอนที่เขาเข้ามาทำงานใน พรีเมียร์ลีก”

ย่อง